re zero IF-SASAGERU แปลไทย

Re: zero รูทซาซาเกะรุ(รูทสังเวยตน/ゼロカラササゲルイセカイセイカツ)

> รูทนี้แยกมาจาก Arc 9 เป็นเหตุการณ์ 400 ปีหลังจากที่สุบารุถูกอัลเดบารันผนึกด้วยมนตร์ “โอล ชามัค” และนำไปทิ้งที่ปล่องน้ำพุใหญ่โมโกเลดได้สำเร็จในขณะที่พวกเพทร่าล้มเหลวในการขัดขวางอัล

> บทนำของรูทนี้เปิดด้วยฉากที่สุบารุกับเบียทริซต้องเผชิญหน้ากับ [เจ้าชายคลั่ง] บุคคลที่อันตรายและแข็งแกร่งที่สุดในโลกยุคนี้

*สุบารุเปรียบเทียบว่าพอเทียบกับความแกร่งของเจ้าชายคลั่งแล้ว เรกุลุสดูกระจอกเป็นแค่เห็บหมัดไปเลย

> [เจ้าชายคลั่ง] ไม่ได้มีความแค้นส่วนตัวกับสุบารุ แต่เขาเกลียดชังวิญญาณเป็นอย่างมากก็เลยมุ่งหมายจะกำจัดเบียทริซ กลายเป็นสาเหตุให้ทั้งสองต้องต่อสู้กัน

> แต่แล้วก็มีบุคคลที่สามโจมตีทั้งพวกสุบารุและ [เจ้าชายคลั่ง] ด้วยเวท “เฮลส์สไนป์” (เวทมนตร์ของชอล่า)

> พวกสุบารุใช้เวท EMM หลบหลีกเฮลส์สไนป์ ส่วนเจ้าชายคลั่งใช้เพียงแค่นิ้วมือหยุดกระสุนไว้ได้

ที่จริงพวกสุบารุจงใจล่อเจ้าชายคลั่งมาสู้ที่เนินภูเขาน้ำแข็งแห่งนี้เพื่อล่อให้บุคคลนี้โผล่มาขัดการต่อสู้

> บุคคลที่โจมตี [เจ้าชายคลั่ง] กับพวกสุบารุคือ [แม่มดแห่งโศกา] สาวสวยผมสีน้ำตาลอมแดงผูกริบบิ้น เธอสวมชุดเดรสเปิดไหล่ที่มีลวดลายหลากสีผสมกันทั้งชมพู ฟ้า และทอง

([แม่มดแห่งโศกา] ก็คือเพทร่านั่นแหละครับ แต่แทบทั้งรูทนี้ ชื่อของเพทร่าจะถูกเซนเซอร์ไว้เป็น ■■■ เนื่องจากสุบารุนึกชื่อเธอไม่ออก)

สุบารุ: จะชิงตัวเธอคืนมาให้ได้เลยคอยดู ■■■ ――มาวัดกันสักตั้ง โชคชะตาเอ๋ย!!

> คำสาบานของ■■■(เพทร่า)ที่เพิ่มเติมเข้ามาในรูทนี้ประกอบด้วย

จะไม่เรียกชื่อใครอีกชั่วชีวิต / จะไม่แบกรับชีวิตใครไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่ยึดติดกับวันวานไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่อาลัยต่อการจากไปของใครอีกชั่วชีวิต / จะไม่กอดใครไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่จารึกชื่อตนเองไว้อีกชั่วชีวิต / จะไม่แสวงหาความสงบสุขไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่รำพึงถึงความล้มเหลวไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่หวังให้มีใครเข้าใจตนเองไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่ฉลองความสำเร็จไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่ปฏิเสธความฝันของใครไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่ช่วยผลักดันใครไปอีกชั่วชีวิต / จะไม่ ■ เลือน ■ ไปชั่วชีวิต

> ย้อนความไปก่อนหน้านี้ หลังเวลาผ่านไป 400 ปี สุบารุและเบียทริซถูกปลดออกมาจากผนึกโดย [ดาบตะวัน] ของจักรพรรดินีโรซาลินด์(ロザリンド)

> ร่างกายของสุบารุทำงานล้มเหลวหลังติดอยู่ในลูกแก้วสีดำมาเป็นเวลานาน หลังหลุดออกจากลูกแก้วเขาเกือบตายคาที่จนกระทั่งได้เบียทริซช่วยไว้

หลังจากที่พักฟื้นจนได้สติ สุบารุก็ยังขยับลูกตาและนิ้วมือแทบไม่ได้ แค่ขยับปากพูดเป็นคำยังทำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

> ลูกหลานของออตโต้ “นิโคล่า ซูเวน(ニコラ・スーウェン)” คือผู้ที่พาจักรพรรดินีโรซาลินด์มาช่วยคลายสุบารุออกจากผนึก

นิโคล่าเป็นชายผมสีเทาหยักศก สวมเครื่องแบบและหมวกใบใหญ่สีเขียว เขามีใบหน้าอ่อนโยนและหน้าสวยจนมองผิวเผินอาจระบุเพศได้ยาก

นิโคล่าไว้ผมยาวกว่าออตโต้และยังดูบอบบางกว่า (หนุ่มกว่าออตโต้สมัยที่สุบารุรู้จักด้วย)

> นิโคล่าประกาศข่าวร้ายว่าเวลาได้ล่วงเลยมากว่า 400 ปีแล้วนับตั้งแต่ที่สุบารุถูกผนึกโดย [ผู้ทรยศ] อัลเดบารัน

> การเก็บกู้ลูกแก้วสีดำที่ผนึกพวกสุบารุจากปล่องน้ำพุใหญ่โมโกเลดคือภารกิจที่สืบทอดต่อกันมานานนับ 400 ปีภายในตระกูลซูเวน

> ความสิ้นหวังถาโถมสุบารุที่ตัดสินใจพลาดถูกอัลหลอกและปล่อยให้เวลาล่วงเลยมา 400 ปีจนเพื่อนๆ ล้มหายตายจากไปหมด เขาอยาก ฆตต. แต่ก็ขยับร่างกายไม่ได้

แสงแห่งความหวังเดียวที่สุบารุเหลืออยู่คือ “เอมิเลีย” ที่อาจจะยังมีชีวิตอยู่แม้เวลาจะผ่านไป 400 ปี เขาพยายามเปล่งเสียงออกมาว่า “เออิ…เอีย”

> นิโคล่าเล่าว่าเมื่อ 400 ปีก่อนเอมิเลียได้แช่แข็งตัวเองและช่องเขาอักซาดไปพร้อมกับ [ผู้ทรยศ] อัลเดบารัน เธออาจจะยังมีชีวิตอยู่ แต่ไม่มีใครทราบว่าเธอยังปลอดภัยดีไหม

เบียทริซคาดเดาว่าเอมิเลียทำไปเพื่อรักษาชีวิตของอัล เนื่องจากอัลเป็นคนเดียวที่สามารถปลดพวกสุบารุออกจากผนึกได้(จากข้อมูลเท่าที่เอมิเลียรู้) และบาปกรรมที่อัลก่อไว้น่าจะทำให้เขาโดนโทษประหารได้เลย

> สุบารุอยากปลดผนึกเอมิเลียออกจากน้ำแข็ง แต่นิโคล่าเล่าว่า [แม่มดแห่งโศกา] ได้ยึดเอาภูเขาน้ำแข็งแห่งนั้นเป็นฐานทัพและจู่โจมทุกคนที่พยายามเข้าใกล้

> “เอีย” วิญญาณอัคคีของยุลิอุสได้เติบโตจนกลายเป็นมหาวิญญาณ ปัจจุบันเธอใช้ชื่อว่า “ลูเมร่า เอีย ยูคริอุส(ルーメラ・イア・ユークリウス)”

ลูเมร่ามีรูปร่างเป็นสาวเซ็กซี่ หุ่นดี ตัวสูงเกิน 180 ซม. เธอมีผมสีแดงชาดที่ไว้ยาวและสวมชุดเดรสสีเดียวกัน ชอบหัวเราะ “โอะโฮะโฮะ”

รูเมล่าชอบลงท้ายประโยคว่า ですかしら เธอชอบลืมควบคุมอุณหภูมิรอบตัวจนบางทีเผลอแผ่รังสีความร้อนไปทั่ว

> ยุลิอุสฝากฝังภารกิจให้ “เจ้าหญิงวิญญาณ(精霊姫)” ทั้งหกตนตามหาสุบารุกับเบียทริซ พวกเธอจึงคอยร่วมมือกับตระกูลซูเวนมาตลอด 400 ปี

ปัจจุบันเจ้าหญิงวิญญาณอีก 5 ตนของยุลิอุสใช้ชื่อว่า ลาปิชา(ラピチャ) โซโยเน(ソヨネ) โดเรน่า(ドレナ) คิอาร่า(キアラ) ชินิกะ(シニカ)

เหล่าเจ้าหญิงวิญญาณมีสถานะเป็นขุนนางที่ปกครองอาณาเขตของตระกูลยูคริอุสด้วย

> การติดอยู่ในลูกแก้ว 400 ปีทำให้การเชื่อมต่อระหว่างร่างกายกับจิตใจปั่นป่วนหมด สุบารุจึงต้องเข้ารับกายภาพบำบัดระยะยาว

> หลังผ่านไปหนึ่งเดือน อยู่มาวันหนึ่งโรซาลินด์ก็ได้แวะมาเยี่ยมดูอาการของสุบารุที่กำลังถูกเบียทริซป้อนข้าวต้มให้อยู่

จักรพรรดินี “โรซาลินด์ วอลลาเคีย” เป็นลูกหลานที่สืบเชื้อสายมาจากวินเซนต์และมีเดียม

โรซาลินด์เป็นเด็กสาวผู้มีผมสีทองและตาสีฟ้าเหมือนพี่น้องโอคอนเนล แต่เธอพูดจาโอหังแบบราชวงศ์วอลลาเคียที่สุบารุคุ้นเคย

สุบารุเปรียบเทียบว่าโรซาลินด์ทำให้เขานึกถึงมีเดียมตอนที่เธอถูกตาเฒ่าโอลบาร์ตจับย้อนวัย

> [เจ้าหญิงเพชร] อาราเคียและ [มังกรเมฆา] มาเดลิน ยังคงมีชีวิตอยู่ และทั้งสองก็ยังเป็น [เก้าแม่ทัพเทวะ] ผู้อยู่ใต้อาณัติของจักรพรรดินีโรซาลินด์อีกด้วย

ทั้งอาราเคียและมาเดลินต่างมีรูปลักษณ์ไม่แตกต่างจากเมื่อ 400 ปีก่อน

> โรซาลินด์เป็นติ่งของ [อัสนีสีฟ้า] เซซิลุส เซ็กมุนต์ และชอบตื้อให้อาราเคียเล่าเรื่องเกี่ยวกับเซซิลุสให้เธอฟัง

แต่เนื่องจากอาราเคียไม่ยอมเล่า โรซาลินด์ก็เลยชอบมารังควาญให้สุบารุเล่าแทน

> โรซาลินด์เล่าว่าในอดีตเคยมีเด็กสาวเผ่าโอนิ(เรม)ได้ร้องขอราชวงศ์วอลลาเคียให้ช่วยเหลือพวกสุบารุ เรื่องเล่านี้ถูกสืบทอดกันมากว่า 400 ปี

เซซิลุสที่ได้รู้เรื่องนั้นเข้าก็ฝากฝังให้อาราเคียช่วยสุบารุอีกแรงก่อนที่เขาจะตายด้วยเช่นกัน

> ปัจจุบันราชอาณาจักรมิตรมังกรลูกุนิก้าได้ล่มสลายไปแล้ว แต่ลัทธิแม่มดเองก็ล่มสลายไปพร้อมกับราชอาณาจักรด้วย

> ปัจจุบันแทบไม่มีใครเกรงกลัว [แม่มดแห่งริษยา] แล้ว แต่คำว่า [แม่มด] ยังคงเป็นที่หวาดเกรงเนื่องจากการมีอยู่ของ [แม่มดแห่งโศกา]

> โรซาลินด์มีฉายาว่า “จักรพรรดินีผู้รวมแผ่นดิน(統一皇帝)” เนื่องจากเธอได้รวมแผ่นดินของจักรวรรดิวอลลาเคียและแผ่นดินของอดีตราชอาณาจักรลูกุนิก้ากับนครรัฐคารารากิเข้าด้วยกัน

> เรื่องราว [สปาร์ก้า] ของสุบารุกลายเป็นตำนานที่เล่าขานมาจนถึงยุคนี้จนโรซาลินด์รู้จัก

> ผ่านไปหลายเดือน อยู่มาวันหนึ่ง [เจ้าชายคลั่ง] เวค แอดการ์ด(ヴェイグ・アドガルド)ก็ได้บุกรุกมาหาสุบารุที่ยังคงฟื้นตัวไม่สมบูรณ์ระหว่างที่เขากำลังทานมื้อเย็นอยู่กับนิโคล่า ลูเมร่า และอาราเคีย

เวคเป็นชายร่างใหญ่ ผิวแทน ผมสีเขียวอ่อน สวมเครื่องแบบหรูหราสีดำทับด้วยเสื้อโค้ทสีขาว มีรอยสักคล้ายอักษรสันสกฤตอยู่บนใบหน้าฝั่งซ้าย เป็นรูปลักษณ์ที่ทั้งป่าเถื่อนและสง่างาม

> ภายในเวลาเพียง 6 วินาที เวคผ่าร่างของอาราเคียออกเป็น 28 ชิ้น การโจมตีเดียวกันนั้นสังหารนิโคล่ากับลูเมร่าไปพร้อมกันด้วย สุบารุเองก็ตกอยู่ในสภาพปางตาย

สาเหตุที่สุบารุยังรอดมาได้เป็นเพราะเบียทริซปกป้องเขาเอาไว้

> ในเวลา 400 ปีที่ผ่านมา อาราเคียได้กลืนกินมหาวิญญาณปฐพี “มุสเปล” อย่างสมบูรณ์จนเธอแกร่งขึ้นอย่างมหาศาล แต่อาราเคียคนนั้นก็ยังพ่ายยับในพริบตา

เวค: ต้องกำจัดมลทินที่เรียกว่าวิญญาณให้สิ้นซาก หกวินาทีก็พอ

แล้วภายในหกวินาทีต่อมา สุบารุกับเบียทริซก็ถูกสังหารด้วยดาบคู่ประหลาดที่เปล่งประกายตั้งแต่ส่วนด้ามจับไปถึงปลายดาบ

> เมื่อ 400 ปีก่อน [เจ้าชายคลั่ง] เวค แอดการ์ด คือบุคคลที่แข็งแกร่งเทียบเคียงกับไรน์ฮาร์ด เซซิลุส และฮาริเบล

เลื่องลือกันว่าเวคได้สังหารผู้มีสายเลือดเดียวกันไปหลายสิบคน ราชอาณาจักรกุสเทโก้จึงต้องใช้กองทัพเป็นพันกองต่อสู้กับเวค 7 วัน 7 คืนจนกระทั่งสามารถจับตัวเขาขังคุกไว้ได้

ในยุค 400 ปีต่อมาที่ไรน์ฮาร์ด เซซิลุส และฮาริเบลล้วนแต่เสียชีวิตไปแล้ว เวคคือผู้เดียวยังอยู่รอดเนื่องจากเขาเป็น “มนุษย์วิญญาณ(精霊人)” ตัวตนพิเศษที่ไม่ใช่ทั้งมนุษย์หรือวิญญาณ

> เวคคือบุคคลอันตรายที่ประกาศว่าจะสังหารวิญญาณให้หมดสิ้นไปจากโลกโดยไม่สนว่าจะมีใครต้องรับเคราะห์ไปด้วย เขาจึงเป็นบุคคลที่ไม่มีวันเข้ากันกับสุบารุได้เลย

> จุดเซฟคือตอนที่เวคบุกเข้ามาถึงห้องรับประทานอาหารแล้ว สุบารุจึงถูกเวคสังหารซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตายวนเวียนพอๆ กับตอนที่เล่นไล่จับกับโอลบาร์ตและตอนที่อำนาจติดบัคบนเกาะกินุนไฮฟ์

> อาวุธประจำกายของเวคคือ [ดาบอาคม] ไออ้อน(アイオーン) หนึ่งในดาบมนตราที่เซซิลุสเคยอยากได้มาครอบครอง

[ดาบอาคม] ไออ้อนจะดูดมานาจากผู้ใช้และแสดงความคมออกมาตามปริมาณมานาที่ได้รับ ในกรณีของเวค มันคมถึงขนาดที่สามารถผ่าร่างของอาราเคียที่เป็นเพชรได้

> เวท EMT ของสุบารุกับเบียทริซสามารถทำให้ไออ้อนที่เป็นดาบมนตราไร้ผลได้ แต่ก็มีข้อเสียที่อาราเคียกับลูเมร่าไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้เช่นกัน

> เวคเป็นผู้ถือครอง [พรคุ้มครองปรับตัว] หลังจากที่เขาดวลมือเปล่ากับอาราเคียอยู่ในฟีลด์ของเวท EMT สักพัก ดาบมนตราไออ้อนก็กลับมาทำงานได้ปกติ

> เวคสามารถหลบหมัดจากอำนาจ “อินวิซิเบิลโพรวิเดนซ์” ของสุบารุได้ เนื่องจากสายตาของสุบารุมันฟ้องจุดที่จะโจมตี

> นิโคล่าเปิดใช้งานเวทมนตร์ระยะไกลที่กระทบต่อภูเขาน้ำแข็งของเอมิเลีย เขาทำไปเพื่อเรียกให้ [แม่มดแห่งโศกา(เพทร่า)] ปรากฏตัวออกมา

แม่มดโมโหที่ “บ้าน” ของเธอถูกเวทมนตร์ของนิโคล่าเล่นงาน เธอจึงเปิดฉากจู่โจมทั้งเวคและพวกสุบารุด้วยเวทเฮลส์สไนป์ ขาซ้ายของนิโคล่าถูกกุดขาดตั้งแต่ส่วนหัวเข่าลงไป

เวคกระโจนขึ้นไปบวกกับ [แม่มดแห่งโศกา] กลางอากาศแต่เจอสวนด้วยอำนาจ [คอมเพรส อะโกนี่] เวคที่วิถีดาบทื่อลงถูกเฮลส์สไนป์กระหน่ำรัวจนเหมือนร่างระเบิดเละ

> เจ้าของเวทมนตร์เฮลส์สไนป์ไม่ใช่ [แม่มดแห่งโศกา] แต่เป็นสัตว์มารแมงป่องสีชาดตัวใหญ่ยักษ์ที่มาด้วยกันกับเธอ

> เวคมีความสามารถในการสลับเปลี่ยนระหว่างกายหยาบของมนุษย์กับร่างกายที่เป็นมานาแบบวิญญาณได้ทุกเมื่อ เขาจึงรอดจากการโจมตีมาได้

> หลังจากที่วัดเชิงกันสักพัก เวคก็ยอมถอยไปก่อน แต่เขาประกาศว่าจะกำจัดมลทิน(วิญญาณ)ให้หมดไปจากโลกนี้ รวมถึงตัวเขาเองด้วย

> [แม่มดแห่งโศกา] ไม่เหลียวแลสุบารุกับเบียทริซเลย สุบารุพยายามจะเรียกชื่อแต่สมองของเขากลับไม่สามารถเปล่งเสียงชื่อที่ควรจะรู้อยู่แก่ใจได้เลย

[แม่มดแห่งโศกา] รำคาญสุบารุ ก่อนจากกันเธอเลยใช้ [คอมเพรส อะโกนี่] ทำให้สมองของสุบารุต้องเผชิญกับความว่างเปล่าหนึ่งล้านวินาทีและหมดสติไป 11 วัน

> นิโคล่าผู้สังเวยขาซ้ายแลกกับการเดิมพันให้ทุกคนรอดจาก [เจ้าชายคลั่ง] ได้เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์มนตราเป็นขาเทียมแทน

นิโคล่าเล่าว่า [แม่มดแห่งโศกา] หวงอาณาเขตของเธอมาก แต่เธอก็ไม่เคยสังหารใครโดยตรงเลยเช่นกัน อย่างมากก็โดนแบบที่นิโคล่าและสุบารุโดน

> ปัจจุบัน [เจ้าชายคลั่ง] ได้สังหาร [เดรัจฉานศักดิ์สิทธิ์] โอโดกลาส และ [จอมเชือดไม่เลือกหน้า] ซาเรสเทีย ซึ่งเป็นสองในสี่มหาวิญญาณไปแล้ว

> นิโคล่าเผลอหลุดปากเรื่องที่พี่น้องอีกห้าคนของลูเมร่าเองก็ถูกเวคสังหารไปแล้วเช่นกัน แม้ว่าลูเมร่าจะร้องขอให้เก็บไว้เป็นความลับจากสุบารุกับเบียทริซ

เพื่อที่กลุ่มของนิโคล่าจะสามารถขุดหาลูกแก้วสีดำที่ผนึกพวกสุบารุจากปล่องน้ำพุใหญ่โมโกเลดได้อย่างปลอดภัย พี่น้องของลูเมร่ายอมเสียสละรับบทเป็นตัวล่อดึงความสนใจของ [เจ้าชายคลั่ง]

> สุบารุหมดอาลัยตายอยากจนไม่ปล่อยผ่านวันเวลาไปเฉยๆ แต่เบียทริซก็คอยดูแลเขาอย่างดีอยู่เคียงข้าง

เขาเริ่มหมดหวังกระทั่งเรื่องที่จะได้พบกับเอมิเลียอีกครั้ง กลัวว่าพอไปที่ช่องเขาอักซาด อาจจะไม่เจอเอมิเลียอยู่ที่นั่นอีกแล้ว กลัวว่าเธออาจจะตายไปแล้ว

> สุบารุยังเหลือความหวังอยู่อีกอย่าง คือตัวตนของ ■■■(เพทร่า) ที่ไม่ว่ายังไงก็นึกชื่อไม่ออก ราวกับว่าชื่อของเธอถูกลบออกไปจากโลก

เธอคนนั้นยังคงมีตัวตนอยู่ในความทรงจำของสุบารุกับเบียทริซอย่างแน่นอน ถ้าหากว่า ■■■ ยังคงมีชีวิตอยู่ เอมิเลียก็อาจจะยังมีชีวิตอยู่เช่นกัน เพราะงั้นสุบารุเลยไม่ยอมแพ้

สุบารุมองว่าตัวเขาเป็นต้นเหตุที่ทำให้ชีวิตของ ■■■ บิดเบี้ยวจนเธอกลายเป็น [แม่มด] เขาจึงต้องรับผิดชอบด้วยการช่วยเหลือเธอ

> เวลาผ่านไป 40 ปี ในที่สุดสุบารุก็ฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์แล้ว ปัจจุบันสุบารุกลายเป็นชายแก่ผมขาวอายุ 60 ปีที่ไว้หนวดเคราคล้ายกับ “วิลเฮล์ม” ผู้เป็นไอดอลของเขา

> สุบารุเตรียมออกเดินทางร่วมกับนิโคล่า เบียทริซ ลูเมร่า อาราเคีย และมาเดลิน

โรซาลินด์ยอมให้สุบารุยืมตัว [เก้าแม่ทัพเทวะ] ทั้งสองคนเนื่องจากถ้าหากพวกสุบารุยุติปัญหาที่ภูเขาน้ำแข็งอักซาดได้สำเร็จ โรซาลินด์ก็จะสามารถรวมแผ่นดินของราชอาณาจักรกุสเทโก้เป็นหนึ่งเดียวกับวอลลาเคียได้

> สุบารุพบข้อมูล “ตัวตนที่แท้จริง” ของบุคคลหนึ่งที่เขารู้จักเมื่อ 400 ปีก่อนจากบันทึกต้องห้ามภายในพื้นที่ที่เคยเป็นคฤหาสน์ของรอสวาล

ปัจจุบันบุคคลนั้นหาบสาปสูญไป เพราะงั้นสุบารุเลยฝากฝังให้มาเดลินช่วยตามหาบุคคลนั้นให้เขาด้วย ซึ่งมาเดลินก็บอกว่าเจอตัวแล้ว

> ย้อนกลับมายังฉากในบทนำ ที่พวกสุบารุกำลังเผชิญหน้าอยู่กับ [เจ้าชายคลั่ง] เวค แอดการ์ด และ [แม่มดแห่งโศกา]

> ขณะที่ [เจ้าชายคลั่ง] ง้างดาบอาคมเตรียมโจมตี “คลินด์” บุคคลที่มาเดลินช่วยตามหาก็ปรากฏตัวพร้อมสายฟ้าสีม่วง

คลินด์ผู้เป็นเผ่ามนุษย์มกรมีชีวิตยืนยาวมาจนถึงปัจจุบันเช่นเดียวกับมาเดลิน

คลินด์สิ้นหวังเป็นอย่างมากที่การตัดสินใจของเขาทำให้ ■■■ กลายเป็น [แม่มดแห่งโศกา] เขาจึงหลบอยู่แต่ในเงามืดด้วยความละอายใจตลอด 400 ปีที่ผ่านมา

> คลินด์เข้าไปบวกกับเวคแม้จะตระหนักถึงความต่างชั้นของพลัง นั่นเพราะว่าลูเมร่า อาราเคีย และมาเดลินที่สวมเปลือกของ [มังกรเมฆา] ได้ปรากฏตัวเป็นกำลังเสริมเข้ารุมสกรัม

> [เจ้าชายคลั่ง] เวค แอดการ์ดเป็นชายผู้ถือครองพรคุ้มครองมากถึง 4 พร

[พรคุ้มครองปรับตัว] ที่ทำให้เวคสามารถปรับตัวได้กับทุกสถานการณ์และสภาพแวดล้อม

[พรคุ้มครองเดียวดาย] ที่ทำให้เวคแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้นเมื่อต่อสู้ด้วยตัวคนเดียว

[พรคุ้มครองทวนซ้ำ] ที่ทำให้การเคลื่อนไหวของเขาเฉียบคมมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ระหว่างการต่อสู้

[พรคุ้มครองจิตไร้พ่าย] ที่ปกติจะแสดงผลแค่ในชั่วขณะที่ผู้ถือครองกำลังจะตาย แต่เนื่องจากหัวใจของเวคไม่เต้น(เพราะเป็นมนุษย์วิญญาณ) มันจึงติดบัคและทำงานอยู่ตลอดเวลา

> สุบารุกับเบียทริซรู้ดีว่าลำพังพวกตนเอา [เจ้าชายคลั่ง] ไม่ลง ทั้งสองจึงร้องขอให้ [แม่มดแห่งโศกา] ช่วยพวกตนอีกแรง

> [แม่มดแห่งโศกา] จดจำชื่อของเหล่าคนสำคัญที่เธอรู้จักไม่ได้แล้ว แต่เบียทริซกับสุบารุก็พยายามยิงคำถามกระตุ้นเธอ ถามว่า ■■■ ยอมอดทนผ่าน 400 ปีแห่งความว่างเปล่าไปเพื่ออะไร

> แมงป่องสีชาดพยายามเข้ามาขวางไม่ให้พวกสุบารุเข้าใกล้ ■■■

สุบารุเดาว่าเมลี่คงฝากฝังคำสั่งเอาไว้ให้เจ้าแมงป่องคอยปกป้อง ■■■ เอาไว้ เขาขอบคุณเจ้าแมงป่องและลูบเปลือกของมัน

> สุบารุสวมกอด ■■■ เอาไว้ แต่เธอไม่สามารถกอดสุบารุกลับได้เนื่องจาก [ค่าชดเชย] ที่จ่ายไป เธอร้องไห้ต่อหน้าผู้อื่นยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

กระนั้นสุบารุก็ปฏิญาณว่าเขาจะช่วยเติมเต็มและทดแทนสิ่งที่ ■■■ ยอมสังเวยทิ้งไปให้หมดเอง

> ■■■ สารภาพรักกับสุบารุและถามว่ามันแปลกไหม สุบารุไม่ปฏิเสธและบอกว่าไม่เห็นจะแปลกตรงไหน จากนั้นเขาก็อุ้มเบียทริซขึ้นมาและขอให้ ■■■ ไปช่วยเด็กสาวที่เขารักอีกคน(เอมิเลีย)

(■■■ ด่าสุบารุคืนเล็กน้อยด้วยความแอบเคือง)

> ■■■ ที่ยอมช่วยเหลือพวกสุบารุเตรียมเข้าสู่สนามรบที่ทุกคนกำลังรุมสกรัม [เจ้าชายคลั่ง] กันอยู่ สุบารุสามารถเรียกชื่อเธอได้นิดหน่อยแล้วว่า “เพ■■!”

> ในเวลา 40 ปีที่ผ่านมา สุบารุกับเบียทริซคิดค้นเวทมนตร์ออริจินัลเพิ่มขึ้นเป็น 12 มนตร์

> หลังเวลาผ่านไปกว่า 440 ปี ในที่สุดนัตสึกิ สุบารุก็มาถึงจุดสตาร์ทอันใหม่ ทุกอย่างจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากนี้ไป เพื่ออนาคตในโลกใบใหม่ของเขาและเหล่าพวกพ้อง

“พระผู้เป็นเจ้า พระพุทธองค์ ท่านโอโด ลากูน่า ขอสาบานว่าจะไม่ลืมเลือนความรักไปชั่วชีวิตค่ะ”

จบรูท IF ซาซาเกะรุ