บทที่ 9 ตอนที่ 51 "ยาเอะ เทนเซ่น"
“ชิโนบิห้ามผูกใจไว้กับสิ่งใด” นั่นคือคำสอนของหมู่บ้านชิโนบิ ซึ่งเป็นกฏเหล็กที่บีบบังคับมิให้เหล่าชิโนบิออกนอกลู่นอกทาง
การผูกใจไว้กับสิ่งอื่นใดนอกเหนือจากภารกิจย่อมทำให้คมดาบทื่อลง เพราะงั้นเหล่าชิโนบิจึงต้องถักทอกฏเหล็กข้อนี้ลงในดวงจิต
【โอลบาร์ต: เอ็งเป็นคนประเภทนั้นล่ะสิ? เป็นคนแบบข้าที่ไม่ว่าอะไรก็ทำได้ไปหมด เพราะงั้นชีวิตก็เลยจืดชืดใช่ไหมน่อ? ฝากใจไว้กับอะไรสักอย่างไม่ดีกว่าเรอะ?】
แต่แล้วหัวหน้าหมู่บ้านผู้มีฟันเรียงสวยผิดวัยกลับพูดจาย้อนแย้งกับกฏเหล็กหน้าตาเฉย ยาเอะจึงรู้สึกขุ่นเคืองเพราะเธอไม่มีวันใช้ชีวิตแบบนั้นได้
. [ซากุระสีชาด] ยาเอะ เทนเซ่น คือชิโนบิอัจฉริยะที่หาใครเทียบเคียงมิได้เลยนับตั้งแต่ที่หมู่บ้านชิโนบิแห่งจักรวรรดิวอลลาเคียถูกก่อตั้งขึ้น
ผู้คนในหมู่บ้านพากันคลั่งไคล้ทักษะของยาเอะและยกยอว่าเธอมีพรสวรรค์เทียบเคียงได้กับ [เจ้าสำราญ] แห่งนครรัฐคารารากิเลยด้วยซ้ำ
หากให้คำจำกัดความว่า “พรสวรรค์” คือชอร์ตคัตสู่ความสำเร็จในสายงานนั้นๆ ก็คงกล่าวได้ว่ายาเอะมีพรสวรรค์ในการเป็นชิโนบิจริง
ทว่า ทั้งกายและใจของยาเอะนั้นเกลียดชัง [ความพิเศษ] อย่างรุนแรงถึงขั้นที่เรียกได้ว่าเธอมีอาการ [แพ้(แอลเลอจี)ความพิเศษ] ได้เลย
ผู้อื่นถูกมองว่าเป็น [คนพิเศษ] ก็ว่าไปอย่าง แต่ถ้าใครปฏิบัติต่อยาเอะเหมือนเป็น [คนพิเศษ] เธอจะรู้สึกคลื่นไส้จนทนแทบไม่ไหว
ตลกร้ายเหลือเกินที่ยาเอะผู้มีอาการแพ้ [ความพิเศษ] จนไม่อยากผูกใจไว้กับสิ่งใดเป็น [พิเศษ] นั้นเข้ากับกฏเหล็กของชิโนบิได้เป็นอย่างดี
. เส้นทางแห่งชิโนบินั้นเต็มไปด้วยเฮอร์เดิล(อุปสรรค)สุดแสนจะทรหดที่เรียกได้เต็มปากว่าเป็นการทรมานแบบมีจุดมุ่งหมายชัดเจน
ลือกันว่ามีเด็กฝึกเพียงหนึ่งในพันที่จะกลายเป็นเกะนิน มีเกะนินเพียงหนึ่งในพันที่จะกลายเป็นจูนิน และมีจูนินเพียงหนึ่งในพันที่จะกลายเป็นโจนิน
ที่ดาร์คยิ่งไปกว่านั้นคือเด็กฝึกชิโนบิล้วนแต่ถูกลักพาตัวมาตั้งแต่วัยที่พึ่งเริ่มจำความได้ ซึ่งยาเอะมองว่ามันคือการทารุณกรรมเด็กชัดๆ
เด็กวัยแบเบาะเหล่านั้นจะถูกจับเข้ากระบวนการล้างสมองด้วยการใช้วิชาลับ ยา และการสะกดจิตแบบชักจูงก่อนเป็นอย่างแรก
เด็กๆ กลายเป็นผ้าขาวที่ลืมเลือนทั้งครอบครัว ใบหน้าพ่อแม่ บ้านเกิด และชื่อจริงของตนเอง แต่บางคนก็ไม่ผ่านกระบวนการและกลายเป็นผักนอนติดเตียง
“ฟุจิโร่ เทนเซ่น” ผู้รับผิดชอบการล้างสมองยาเอะถึงกับติดสตั้นที่เธอผ่านกระบวนการได้อย่างง่ายดาย ชายคนนี้คือผู้ตั้งชื่อให้กับยาเอะในภายหลัง
ในช่วงแรกเธอถูกเรียกว่า [สีแดงหมายเลข 8] เพราะงั้นฟุจิโร่จึงถือเป็นพ่อทูนหัวของยาเอะ แต่ความสัมพันธ์ของทั้งคู่เหมือนศิษย์อาจารย์มากกว่า
ฝั่งยาเอะมองฟุจิโร่เป็นเพียงคนรู้จักในหมู่บ้านที่เธอมีปฏิสัมพันธ์ด้วยบ่อยเท่านั้นด้วยซ้ำ
. ขั้นตอนต่อมาคือการฝึกฝนเหล่าเด็กฝึกแบบเหี้ยมโหดผิดมนุษย์มนาราวกับการจรดพู่กันลงบนแคนวาส(กระดานวาดรูป)สีขาว
เด็กวัยพัฒนาการยังไม่สมบูรณ์ต้องมาปรับโครงสร้างร่างกายโดยการฝึกทำลายและต่อกระดูกตนเองใหม่เพื่อให้สำเร็จวิชาตัวอ่อนและวิชากายกรรม
เสริมสร้างความต้านทานพิษโดยการรับพิษเข้าสู่ร่างกายแบบรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เรียนรู้ภยันตรายจากศิลปะการต่อสู้และอุปกรณ์ชิโนบิผ่านร่างกายตนเอง
ทั้งจำนวนกระดูกที่ต้องหัก จำนวนบาดแผลที่ต้องได้รับ และจำนวนโลหิตที่ต้องหลั่งล้วนแต่มีโควตากำหนดในแต่ละวัน
ศพของเด็กฝึกที่ตายจะไม่ถูกฝังและถูกปล่อยทิ้งไว้จนเหม็นเน่าเพื่อเป็นการฝึกให้คนที่เหลือคุ้นชินกับความตาย ซึ่งบางคนก็ทนไม่ไหวจนเป็นบ้าไป
ทว่า ร่างกายของยาเอะสามารถกดสวิตช์ปิดรับความเจ็บปวดจากการหักกระดูกได้ พิษที่รุนแรงจนย่อยอวัยวะภายในได้ก็ทำให้เธอฉี่เป็นเลือดนิดหน่อยเท่านั้น
พอได้จับอุปกรณ์ชิโนบิครั้งเดียว ยาเอะก็เชี่ยวชาญราวกับเคยใช้มาเป็น 10 ปี เธอใช้ศิลปะการต่อสู้ที่เรียนรู้มาโค่นคู่ต่อสู้ที่ตัวใหญ่กว่าได้และไม่ถูกโจมตีอีกเลย
กระทั่งกลิ่นซากศพที่น่าเหนื่อยหน่าย เธอก็เคยชินกับมันได้ สุดท้ายยาเอะจึงกลายเป็นเกะนินผู้เยาว์วัยที่สุดและเลื่อนขั้นไวที่สุดในประวัติศาสตร์
. ฟุจิโร่: ――จากวันนี้ไป จงเรียกตนเองว่า “ยาเอะ เทนเซ่น”
กระทั่งปัจจุบันเธอก็ยังไม่รู้ว่าทำไมฟุจิโร่ถึงตั้งชื่อให้ตนว่า “ยาเอะ” แต่อย่างน้อยเธอก็ค่อนข้างถูกโฉลกกับนามสกุล “เทนเซ่น”
มันดีกว่าได้ชื่อว่า “ยาเอะ ดันคลูเคน” เป็นไหนๆ กระนั้นยาเอะก็สงสัยมาตลอดว่าทำไมถึงไม่มีชิโนบิคนไหนได้สืบทอดนามสกุลของหัวหน้าหมู่บ้านเลย
สาเหตุคงเป็นเพราะตาเฒ่าคนนั้นสอนคนไม่เก่งหรือไม่ก็ละเลยหน้าที่ ที่แน่ๆ คือเส้นทางที่ยาเอะก้าวเดินยังคงเหมือนเดิมหลังเธอได้รับชื่อใหม่
ทว่า คนรอบตัวเธอต่างหากที่เริ่มเปลี่ยนไปและกลายเป็นสาเหตุทำให้อาการ [แพ้ความพิเศษ] ของยาเอะกำเริบรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะฟุจิโร่ เทนเซ่น
ฟุจิโร่เริ่มหลงใหลในทักษะและศักยภาพในอนาคตของยาเอะผู้สามารถต่อยอดจากสิ่งที่เขาสอนได้เป็นร้อยเป็นพันเท่า
ตามกฏเหล็กชิโนบิ ฟุจิโร่ไม่ควรจะผูกใจต่อศิษย์คนใดเป็นพิเศษ แต่เขากลับคลั่งไคล้ยาเอะผู้เป็นอัจฉริยะและอยากปั้นเธอให้กลายเป็นสุดยอดชิโนบิด้วยมือตนเอง
. ฟุจิโร่มักต่อว่ายาเอะที่ดึงเอาพรสวรรค์ออกมาใช้ไม่มากเท่าที่ควร เขาเอาแต่จดจ้องยาเอะด้วยดวงตาแดงก่ำที่ทั้งคลั่งไคล้และเกรี้ยวกราด
วันหนึ่งฟุจิโร่ได้จัดพิธีกรรม [ไหแมลงพิษ] ขึ้นโดยการลากตัวยาเอะกับเกะนินอีก 30 คนไปยังป่าที่อยู่ห่างไกลหมู่บ้านและสั่งให้พวกเธอต่อสู้กันเอง
หลักการก็เหมือนกับ [พิธีคัดเลือกจักรพรรดิ] เหล่าเกะนินต้องเข่นฆ่ากันจนกว่าจะเหลือรอดคนเดียว ซึ่งถือเป็นการสิ้นเปลืองทรัพยากรโดยมิใช่เหตุ
ยาเอะ เทนเซ่นคือผู้ชนะพิธีกรรมดังที่ฟุจิโร่วางแผนเอาไว้ แต่เธอไม่จู่โจมคนอื่นก่อนเลย เอาแต่รอสวนเมื่อมีคนพุ่งเป้ามายังตนเองก่อน
แถมยาเอะยังหักหลังความคาดหวังด้วยการปล่อยให้สหายเกะนินคนหนึ่งที่ร้องขอชีวิตหนีรอดไปได้ ฟุจิโร่และเหล่าผู้ร่วมอุดมการณ์จึงยิ่งปรี๊ดแตก
แต่แทนที่จะกำจัดยาเอะทิ้ง กลุ่มของฟุจิโร่กลับจัดพิธีกรรม [ไหแมลงพิษ] ขึ้นซ้ำเรื่อยๆ จนกว่ายาเอะจะกลายเป็นชิโนบิในอุดมคติพวกตน
. ฟุจิโร่: …แกน่ะ..คือตัวตนที่จะล้มล้างวิถีทางแห่งชิโนบิ!
ฟุจิโร่สิ้นใจลงด้วยคำพูดนั้นหลังจากที่ยาเอะกระซวกลำคอของเขากับพรรคพวก พวกเขาเชื่อมั่นในศักยภาพของเธอจนสิ้นลมหายใจ
หัวหน้าหมู่บ้านที่ตามมาเห็นภาพนั้นเข้ารู้สึกทึ่งที่เด็กน้อยคนเดียวสามารถสังหารชิโนบิได้ยกกลุ่ม แม้กระทั่งสมาชิกระดับโจนิน
ทางหมู่บ้านน่าจะเอะใจถึงแผนการของฟุจิโร่กับพรรคพวกอยู่แล้ว แต่ก็เป็นไปได้ว่าพวกเขาตั้งใจปล่อยผ่านเพื่อให้ยาเอะเป็นคนจัดการเอง
โอลบาร์ต: ว่าแต่ ตายหมดทุกคนเลยงั้นเรอะ?
ยาเอะเลือกที่จะโกหก เนื่องจากเธอไว้ชีวิตเกะนินรุ่นเดียวกันคนหนึ่งในพิธีกรรม แถมยังปล่อยให้เขาหนีออกจากหมู่บ้านไปอีกด้วย
เกะนินคนนั้นชวนว่า “อา ถ้างั้นเธอสนใจหนีไปด้วยกันไหม?” แต่ยาเอะปฏิเสธไปเนื่องจากสัมผัสได้ว่าหากอยู่กับหมอนั่นต่อ ความตายอาจจะมาเยือนเธอ
【ท็อดด์(?): ――พลาดแล้วๆ】
ทั้งที่มีฝีมือและพรสวรรค์อ่อนด้อยกว่ายาเอะอย่างชัดเจน เกะนินคนนั้นกลับมีความปรารถนาที่จะกำจัดมนุษย์ทุกคนที่รู้ถึงการมีอยู่ของเขา
สุดท้ายสหายร่วมรุ่นก็ตัดสินใจอย่างมีเหตุผลและจากลากันเพียงเท่านั้น บางทีการไว้ชีวิตเขาคงช่วยให้ยาเอะรู้สึกว่าตนเองมี [ความพิเศษ] น้อยลง
โอลบาร์ต: ถ้างั้นก็ กลับกันเถอะน่อ ――[ซากุระสีชาด]
จนถึงท้ายที่สุด เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมฟุจิโร่ถึงตั้งชื่อให้ตนว่า “ยาเอะ” แต่ที่มาของฉายาที่หัวหน้าหมู่บ้านมอบให้แก่เธอนั้นกระจ่างชัด
มันอิงมาจากกลีบดอกซากุระสีขาวหิมะที่ร่วงโรยลงมาเปื้อนเลือดของพ่อทูนหัวและสหายผู้โง่เขลาที่พากันมาตายเปล่าเพื่ออุดมการณ์เพ้อฝันนั่นเอง
. ยาเอะ เทนเซ่นกลายเป็นชิโนบิวัยเยาว์ที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ได้เลื่อนขั้นเป็นระดับโจนิน โรค [แพ้ความพิเศษ] จึงยิ่งกำเริบรุนแรง
ผู้คนมักมองว่าความคาดหวังเป็นสิ่งโพสิทีฟ หารู้ไม่ว่ามันคือคำสาปสุดเนกาทีฟที่เชือดเฉือนผู้แบกรับมันไว้ดุจคมดาบที่ตวัดมั่วซั่ว
โอลบาร์ต: เอ็งเป็นคนประเภทนั้นล่ะสิ? เป็นคนแบบข้าที่ไม่ว่าอะไรก็ทำได้ไปหมด เพราะงั้นชีวิตก็เลยจืดชืดใช่ไหมน่อ? ฝากใจไว้กับอะไรสักอย่างไม่ดีกว่าเรอะ?
มิหนำซ้ำหัวหน้าหมู่บ้านที่ควรจะเข้าใจความรู้สึกของยาเอะดันแนะนำให้เธอแหกกฎเหล็กของชิโนบิเพื่อค้นหาแรงผลักดันในชีวิต
แต่แรงผลักดันที่เกิดขึ้นจากการเชื่อมั่นในทักษะและอนาคตที่มีอยู่มันก็คือการเชื่อมั่นใน [ความพิเศษ] ของตน ซึ่งเธออยากจะหลีกเลี่ยงเป็นที่สุด
เพราะงั้นบุคลิกภาพของยาเอะจึงก่อตัวขึ้นเป็นสาวขี้เล่น พูดจาไร้สาระ ท่าทางเป็นมิตรแต่ไม่สนิทกับใคร ตรงข้ามกับชิโนบิในอุดมคติของฟุจิโร่อย่างสิ้นเชิง
ยาเอะ เทนเซ่นค้นพบปรัชญาการใช้ชีวิตแบบไม่ยุ่งเกี่ยวกับชีวิตใครเกินจำเป็น ไม่เปิดใจกับใคร และไม่เป็นบุคคลที่รักของใคร
. เมื่อเวลาผ่านไปโรค [แพ้ความพิเศษ] ได้ขัดเกลาให้ยาเอะสัมผัส [ความพิเศษ] ในตัวผู้อื่นได้แม่นยำยิ่งขึ้น แต่มีอยู่บุคคลหนึ่งที่ไม่ว่าใครก็ดูออกว่าเธอพิเศษ
บุคคลที่ว่าก็คือ [เจ้าสาวสีเลือด] พริสซิลล่า บาริเอล ผู้มี [ความพิเศษ] เด่นชัดทั้งภายนอกและภายในจนชาวบ้านรักใคร่และขนานนามเธอว่า [เจ้าหญิงสุริยา]
จิชา โกลด์ [เก้าแม่ทัพเทวะ] แห่งจักรวรรดิได้มอบหมายให้ยาเอะมาแฝงตัวเป็นเมดอยู่ใกล้ตัวพริสซิลล่า ซึ่งเธอก็ทำตามคำสั่งโดยมิได้กังขา
ทว่า ภารกิจส่วนใหญ่คือการจับตาดูพริสซิลล่าและคอยรายงานความเคลื่อนไหว ไม่มีการบ่อนทำลาย สร้างความปั่นป่วนหรือลอบสังหารเลย
กระทั่งยาเอะยังแอบคิดว่าอัจฉริยภาพของเธอสูญเปล่าหมด กระนั้นทักษะรอบด้านที่มีอยู่ก็ช่วยให้เธอแฝงตัวเป็นเมดตระกูลบาริเอลได้แบบอีซี่
มีเพียงแค่ตอนอยู่กับพริสซิลล่าที่ต้องคอยระวังตัวเป็นพิเศษ ยาเอะแอบเคลือบแคลงใจอยู่หลายครั้งว่าพริสซิลล่าอาจจะรู้ตัวจริงของเธอแล้ว
. ตลอดชีวิตยาเอะมีโอกาสได้พบเจอบุคคลสำคัญมากมาย เช่น [แมงมุมขาว] ผู้มอบหมายภารกิจและ [ผู้เฒ่าอำมหิต] ผู้เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน
ยาเอะเคยแอบมององค์จักรวรรดิจากที่ไกลๆ ด้วย แต่ตอนนั้น [อัสนีสีฟ้า] ที่อยู่ข้างเขาจ้องตาเธอกลับแถมยังโบกมือให้จนเธอตระหนักได้ว่าโลกนี้ยังมีคนเหนือกว่าตนอยู่อีก
พริสซิลล่าคืออีกบุคคล [พิเศษ] ผู้น่าเวทนา ทั้งที่น่าจะมองขาดเรื่องภารกิจแทรกซึม แต่เธอกลับปล่อยให้ยาเอะแฝงตัวอยู่ต่อไปอย่างน่าพิศวง
ไม่ว่าจะเป็นเพราะเธอชอบใช้ชีวิตแบบเสี่ยงภัยหรือหลงมั่นใจว่าโลกจะหมุนตามที่เธอปรารถนากันแน่ จนถึงท้ายที่สุดยาเอะก็มองไม่ออกเลย
พริสซิลล่า: ――นี่คงมิได้หลงคิดว่าวิถีทางแสนอัปลักษณ์เช่นนั้นคือตัวตนของเจ้าหรอกนะ?
วันหนึ่งพริสซิลล่าที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในห้องส่วนตัวเอ่ยถามขึ้นเช่นนั้นขณะที่ยาเอะนำชามาเสิร์ฟ ยาเอะจึงตีเนียนเหมือนไม่เข้าใจคำถาม
พริสซิลล่า: ――สักวันหนึ่ง ยามที่ตัวเจ้าเองก็ต้องทุ่มเทหมดหน้าตักจะมาถึง จดจำคำพูดของข้าพเจ้าไว้ให้ดีก็แล้วกัน เตรียมการให้ [เพอเฟก] นั่นแหละนะ
สัญชาตญาณชิโนบิเตือนให้ยาเอะห้ามถามล้วงมากไปกว่านั้นเพราะเดี๋ยวจะน่าสงสัย เธอก็เลยไม่เคยเข้าใจเจตนาของพริสซิลล่าผู้แสน [พิเศษ] เลย
ยาเอะ เทนเซ่นเลือกปิดหูปิดตาต่อข้อกังขาในใจต่อไป เพื่อที่เธอจะได้ไม่ถูกผู้อื่นคาดหวังใน [ความพิเศษ] ของตน
ในเวลาต่อมาพริสซิลล่าผู้ตราตรึงใจผู้คนมากมายด้วย [ความพิเศษ] ที่โชติช่วงดุจเปลวเพลิงก็เสียชีวิตลงที่แผ่นดินจักรวรรดิอันโหดร้าย
ยาเอะมิอยากให้ชีวิตตนถูกชักจูงโดย [ความพิเศษ] ของหญิงสาวที่ตายจากไป เธอจึงเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเหลือชายผู้ถูกหญิงสาวคนนั้นทอดทิ้ง
. ศึกระหว่างยาเอะกับเรมบนแผ่นน้ำแข็งที่หมุนรอบควงรอบทิศยังคงดำเนินต่อหลังจากที่เอมิเลียกางปีกน้ำแข็งบินไล่ตามอัลไปแล้ว
ยาเอะตวัดลวดเหล็กเป็นแนวตั้งด้วยมือขวาพลางใช้ลวดจากมือซ้ายเหวี่ยงมีดกวาดเป็นแนวนอนเข้าไปขนาบข้าง ดักทางเรมแบบสองชั้น
ยาเอะที่ชะล่าใจคิดหาทางสกัดเอมิเลียด้วยการเหวี่ยงเศษหินหรือดาบไปใส่ แต่เรมใช้โซ่รับมีดไว้ จากนั้นก็ก้มตัวหลบลวดแล้วบุกเข้าประชิดยาเอะต่อ
ยาเอะ: อยู่ดีๆ ก็แกร่งขึ้นเฉย มันไม่โกงไปหน่อยเหรอคะ? อะไรคือสาเหตุ――
เรม: ――ความรักค่ะ!
ยาเอะ: …ไม่น่าถามเลยค่ะ!
ยาเอะใช้ลวดเหวี่ยงตัวเองหนีไปอีกฟากของแผ่นน้ำแข็งเพื่อสร้างระยะห่างปานกลางซึ่งตนได้เปรียบ แต่เรมก็ไล่กวดมาติดๆ ด้วยพละกำลังของโอนิ
ทิศทางการหมุนของแผ่นน้ำแข็งอาจจะดูแรนด้อม แต่ที่จริงความเร็วของมันมีริธึมตายตัวอยู่ ยาเอะจึงสามารถเริงระบำไปตามจังหวะโดยปราศจากริสค์(ความเสี่ยง)ได้
ส่วนเรมนั้นอาศัยวิธีที่เรียบง่ายและป่าเถื่อน เธอคลานสี่ขาแบบเดรัจฉานโดยคอยพลัดเปลี่ยนฝ่ามือ นิ้วเท้า และลูกตุ้มหนามเป็นลิ่มตอกยึดแผ่นน้ำแข็ง
ถึงจะไร้ซึ่งความสง่างามก็ไม่เป็นไร ความทุ่มเทต่างหากคือสิ่งที่เจ้านายของเธอปรารถนา เรมสามารถเร่งความเร็วจนไล่กวดหลังยาเอะมาได้
. เรมเหวี่ยงลูกตุ้มโดยจังหวะการหมุนของแผ่นน้ำแข็งเพื่อเสริมแรงและใช้สองเท้ากับมืออีกข้างยึดเกาะไว้ แต่การโจมตีก็ถูกลวดดีดกระดอนออกไปด้านข้าง
ต่อให้ประเมินแบบไม่ลำเอียง ยาเอะก็แกร่งเหนือกว่าเรมราวสามเท่าได้ ทว่า ลวดเหล็กของยาเอะดันแพ้ทางอาวุธที่เน้นสังหารในคราเดียว
การโจมตีจากมอร์นิ่งสตาร์แต่ละทีนั้นหนักหน่วงจนยาเอะต้องใช้ลวดอย่างน้อยเจ็ดนิ้วในการตั้งรับถึงจะปลอดภัย แถมการหลบหลีกยังทำได้ยากอีก
ลูกตุ้มหนามเลื้อยเข้าใส่กลางลำตัวยาเอะอย่างแม่นยำดุจอสรพิษทุกรอบ ถึงจะปัดป้องมันได้แม้หลับตาอยู่ แต่เธอก็สูญเสียริธึมการโจมตีสวนกลับตลอด
เรม: ย้าากกกกก!!
ไอน้ำสีแดงกระจายออกมาจากตัวเรมที่ร้องคำราม ปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นจากอุณหภูมิต่ำ การกระตุ้นมานาทั่วทั้งร่างของเผ่าโอนิ และบาดแผลที่สมานกันอย่างรวดเร็ว
ความพยายามในการใช้ลวดเฉือนร่างของเรมให้เต็มไปด้วยบาดแผลจนหมดสภาพสูญเปล่าหมด ยาเอะจึงจูบแหวนเพื่อจุดไฟบนเส้นลวด สร้างเป็นม่านเพลิง
. จังหวะที่ทัศนวิสัยของเรมถูกบดบัง ยาเอะก็ตวัดลวดเหล็กด้วยความเร็วเกือบเท่าเสียงเพื่อกุดศีรษะอีกฝ่ายด้วยการจู่โจมที่ทั้งมองไม่เห็นและกะระยะมิได้
นี่คือวิชาสังหารแบบออริจินัลของยาเอะ ถ้าหากอัลได้เห็นเข้า เขาคงจะเรียกมันว่า “ท่าไม้ตาย” แต่แล้วเรมกลับหลบมันได้อีก …เป็นครั้งที่สอง
ในการใช้วิชารอบที่สอง ยาเอะเล็งลวดให้ต่ำลงไปที่หน้าอกเพื่อลดโอกาสบังเอิญก้มหัวหลบ การที่เรมยังหลบได้จึงแปลว่าเธอมองท่าไม้ตายของยาเอะออก
หมอกน้ำแข็งของเอมิเลียระเหยไปหมดแล้วจนเดาทางไม่ออกว่าเรมใช้วิธีการใด แต่เรื่องนั้นไม่สำคัญ ยาเอะแค่ต้องหยุดยั้งทั้งเรมและเอมิเลียให้จงได้
การอัลที่บินจากไปโดยไม่รอดูผลลัพธ์แปลว่าเขาเชื่อมั่นให้เธอรับมือสนามรบนี้ ยาเอะจึงตีความว่าอัลอนุญาตให้เธอทำได้ทุกอย่างรวมถึงการสังหาร
ยาเอะ: ――ต้องหยุดไว้ให้ได้ ต่อให้ต้องฆ่าก็ตาม
ยาเอะตั้งมั่นที่จะขจัดทุกอย่างที่ขวางทางเป้าหมายของอัล ทุกอย่างก็เพื่อที่อัลผู้หลงทางหลังสูญเสีย [คนสำคัญ] อย่างพริสซิลล่าจะได้หายไปจากโลกนี้
เพราะถ้าหากไม่ทำเช่นนั้น ยาเอะ เทนเซ่นก็จะกลับไปเป็นชิโนบิผู้ยึดถือกฏเหล็ก ไม่ผูกใจกับสิ่งใด และเกลียดชัง [ความพิเศษ] มิได้
. “ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด” คือวลีที่ยาเอะ เทนเซ่นได้ยินซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากปากของสัตว์ประหลาดผู้สอนให้เธอรู้จักกับความสะพรึงกลัว
วันวานที่คฤหาสน์บาริเอล การหยอกล้อพ่อบ้านฝึกหัดตัวน้อย การเล่นไร้สาระกับอัศวินตัวตลก และการทำงานเป็นเมดรับใช้ [เจ้าหญิงสุริยา]
ทุกอย่างจบสิ้นลงทันทีที่ยาเอะได้รับคำสั่งให้กำจัดพริสซิลล่า แต่ก่อนจะไปถึงห้องนอนของเป้าหมาย อัลกลับดักเจอเธออยู่ที่โถงทางเดินมืดๆ
ในเมื่อไร้ทางแก้ตัว ยาเอะกับอัลจึงต่อสู้แลกชีวิตกัน ความต่างชั้นของฝีมือทำให้ยาเอะจบศึกได้ในพริบตาแม้ว่าอีกฝ่ายจะเป็นอัศวินของผู้ชิงบัลลังก์
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
ทว่า ชายผู้ถูกกระซวกหัวใจกลับพูดประโยคเดิมซ้ำหน้าตาเฉย กระนั้นยาเอะก็ยังใจเย็นอยู่ เนื่องจากในโลกนี้มีบุคคลที่ฆ่าไม่ตายง่ายๆ อยู่มากมาย
เธอเคยสังหารมาแล้วกระทั่งคนที่มีหัวใจสามดวง หลักการก็แค่ต้องฆ่าซ้ำไปเรื่อยๆ จนกว่าจะตายจริง เพราะงั้นยาเอะจึงปลิดชีพอัลซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เธอลองตัดศีรษะ ผ่าให้ขาดครึ่ง เผาทั้งร่าง ตัดแขนขาออก กระซวกลำคอ ขยี้กระโหลก กระซวกลูกตา กระชากหนังจากแผ่นหลัง หักกระดูกทั้งร่าง ขยี้อวัยวะภายใน บังคับให้กลืนพิษ จับฝังดิน จับกดน้ำ รัดคอ รัดทุกอย่างนอกจากคอ
ยาเอะงัดทุกศาสตร์ชิโนบิที่รู้ออกมาใช้ พรากชีวิตซ้ำแล้วซ้ำเล่า เข่นฆ่าสังหารอัลทุกวิธีทาง…
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
ทว่า อัลก็กลับมาได้พร้อมกล่าวประโยคเดิมทุกรอบ ยาเอะจึงล้มเลิกการใช้ความคิดและสังหารด้วยวิธีการตามสัญชาตญาณ แต่ก็ยังล้มเหลวอยู่ดี
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
ยาเอะลองจับอัลทรมานให้เขาสำเหนียกว่าไม่ควรเกิดมา แต่มันก็เปล่าประโยชน์ เธอลองล้มเลิกภารกิจและถอยหนี แต่มันก็เปล่าประโยชน์
เธอลองลากคนอื่นเข้ามาเกี่ยวในการต่อสู้ด้วย แต่มันก็เปล่าประโยชน์ หลังจากที่อับจนหนทาง ยาเอะตัดสินใจใช้ลวดรัดคอตัวเองให้มันจบสิ้นไป
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
แต่กระทั่งความพยายามนั้นก็ยังเปล่าประโยชน์
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
ยาเอะ เทนเซ่นผู้ติดอยู่ในวังวนแห่งความตายต้องฟังประโยคเดิมซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกระทั่งเธอเข้าใจความรู้สึกสะพรึงกลัวเป็นครั้งแรกในชีวิต
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
หากว่ามีวิธีการที่สามารถช่วยเหลือเธอได้หรือมีวิธีการยุติวังวนนรกนี้ ยาเอะพร้อมที่จะแลกได้ทุกอย่าง เธอสาบานว่ายอมแลกได้ทุกอย่าง
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
แต่กระทั่งว่าร้องขอด้วยหัวใจที่สะพรึงกลัว อัล… ชายคนนั้น… เจ้าสัตว์ประหลาดก็ยังไม่ยอมปลดปล่อยเธอ
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
ถึงแม้ว่าหัวใจของเธอจะแหลกสลายไปแล้ว เจ้าสัตว์ประหลาดก็ยังไม่มีวี่แววที่จะหยุด ยาเอะทั้งสังหารเขาและถูกเจ้าสัตว์ประหลาดสังหารแบบนับครั้งไม่ถ้วน
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
กระทั่งหลังจากถูกปลดปล่อยจากการทรมานที่ไม่จบสิ้นแล้ว ความจงรักภักดีต่ออัลก็ได้ถูกสลักลงบนดวงจิตของยาเอะ เธอยอมทุ่มเทได้ทุกสิ่งเพื่อสนับสนุนเป้าหมายของเขา
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
หนทางเดียวคือการทำให้อัล ทำให้ชายคนนั้น ทำให้เจ้าสัตว์ประหลาดหายไปโดยเร็วที่สุด เนื่องจากว่าหัวใจของเธอไม่ควรที่จะผูกมัดกับสิ่งใด
. ยาเอะ: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิดค่ะ
หลังสิ้นคำพูดนั้น ยาเอะก็ตวัดลวดเล็งบั่นคอเรมให้ขาด ฝั่งเรมขนลุกซ่านที่สัมผัสเจตนานั้นได้ เธอจึงเหวี่ยงมอร์นิ่งสตาร์ไปสกัดโดยทันที
ทั้งในศึกปะทะวาฬขาวกับบิชอปมหาบาป และระหว่างสูญเสียความทรงจำที่จักรวรรดิ เรมไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายขนาดนี้มาก่อน
เรม: ――สุบารุคุง
ระหว่างที่เขาบนหน้าผากดูดกลืนพละกำลัง อารมณ์ และการสั่นพ้องของโลกเข้ามา เรมก็ปลุกใจตัวเองด้วยการเรียกชื่อเด็กหนุ่มที่เธอรัก
พอผสานคำแนะนำของ [เจ้าหญิงสุริยา] เข้ากับความรู้สึกต่อคนรัก ในที่สุดเลือดเผ่าโอนิในตัวเรมก็สามารถแสดงศักยภาพตามสเปคดั้งเดิมได้เสียที
กระนั้นฝีมือของเรมก็ยังห่างชั้นจากยาเอะอยู่ดี สาเหตุที่เธอต่อสู้ได้ดีขนาดนี้เป็นผลลัพธ์จากความร่วมแรงร่วมใจของทุกคน
ทั้งศึกปะทะฝ่ายเฟลท์ ศึกที่นครหลวง การบั่นทอนกำลังจากออตโต้ ทุกอย่างล้วนแต่เป็นปฏิกิริยาลูกโซ่ที่ทำให้อิเรกุล่าอย่างกลุ่มอัลอ่อนแอลง
. ยาเอะผู้อ่อนแอลงจากที่ควรจะเป็นมีช่องว่างของฝีมือห่างจากเรมในระดับที่เธอยังพอจะต่อกรได้ แถมยังมีปัจจัยตลกร้ายเป็นโชคเข้าข้างอยู่อีกอย่าง
ปัจจัยนั้นทำให้เรมสามารถหลบหลีกการตวัดลวดจากยาเอะได้ครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างสมบูรณ์แบบราวกับเทพเข้าสิง ไม่สิ ราวกับโอนิเข้าสิง
เรม: ――จิตสังหาร
เคล็ดลับก็คือเรมสามารถสัมผัสจิตสังหารที่ศัตรูปล่อยออกมาผ่านเขาของเผ่าโอนิได้ เธอจึงมองเห็นเส้นคาบเกี่ยวของความเป็นความตายอย่างชัดเจน
ตั้งแต่ตอนที่อัลบินหนีไป การจู่โจมของยาเอะก็เริ่มมีจิตสังหารแฝงมาด้วย จิตสังหารที่พร้อมจะบั่นคอหรือตัดแขนขาศัตรูนั้นดันปลุกสัญชาตญาณเผ่าโอนิให้ตื่นขึ้นมา
ถ้าหากยาเอะยังยึดถือคติ “ไม่สังหาร” ตามเดิม ฝั่งเรมคงจะพ่ายแพ้ไปนานแล้ว ตลกร้ายเหลือเกินที่การเอาจริงเต็มที่ดันทำให้โจมตีมาไม่ถึงเรมอีกต่อไป
. เรมรับรู้ได้ว่าสิ่งที่ขับเคลื่อนยาเอะผู้เลิกยิ้มไปแล้วให้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับโลกทั้งใบและต่อสู้แบบไม่ท้อถอยก็คือสำนึกในหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมาย
เรม: ก็เพราะว่า ตัวฉันเอง… เรมเองก็เหมือนกัน
ปรารถนาและภาวนาที่จะเติมเต็มหน้าที่ที่ตนได้รับมอบหมายเพื่อช่วยเหลือบุคคลเพียงคนเดียว เรมรู้ดีว่าสำนึกในหน้าที่นั้นมีต้นกำเนิดจากสิ่งใด
เรม: ――ความรัก!!
ยาเอะ: …ย้ำอยู่ได้เหมือนคนบ้าเลย!
ยิ่งศึกยืดเยื้อ ยาเอะก็ยิ่งเผลอหลุดแสดงอารมณ์ที่แท้จริงออกมา แต่เรมหันเหความสนใจไปยังลาสต์รอยขีดบอกระยะห่างก่อนถึงพื้นบนช่องเขาอักซาด
เรม: ――สิบวินาทีค่ะ!!
ยาเอะ: ――อึก
เรมจงใจประกาศออกไปเพื่อรบกวนสมาธิของยาเอะที่กระหน่ำโจมตีด้วยลวดยี่สิบเส้นไม่หยุด พอความคิดชะงักลง นิ้วมือหรือนิ้วเท้าบางนิ้วก็จะเริ่มลังเล
ยาเอะจะเริ่มหงุดหงิด จิตฟุ้งซ่าน เริ่มเกลียดชังเรมและทำให้เธอปล่อยจิตสังหารออกมา ทุกอย่างทำไปเพื่อปั่นป่วนให้ยาเอะไม่ทันได้สังเกต…
เรม: ตอนนี้แหละ!
ทว่า พอผ่านไปได้เพียงห้าวินาที อะไรบางอย่างก็เจาะทะลุแผ่นน้ำแข็งจากเบื้องล่างอย่างรุนแรงตามแผนการที่เรมกับเอมิเลียได้วางเอาไว้
. อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
กระทั่งปัจจุบันประโยคที่ได้ยินมาเป็นพันเป็นหมื่นครั้งจากปากของสัตว์ประหลาดในหัวใจเธอก็ยังคงตามหลอกหลอนยาเอะในความฝัน
ทีแรกยาเอะก็มองว่ามันเป็นวลีที่น่าชิงชัง เขาเอาแต่โทษดวงดาวไปเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ไม่แปลกใจเลยถ้าหากดวงดาวจะอยากประท้วงคืนบ้าง
ทุกอย่างมันเป็นความผิดของเจ้าสัตว์ประหลาดแท้ๆ ทำไมถึงได้เอาแต่โบ้ยความผิดให้ดวงดาวกัน แต่พอเวลาผ่านไป ยาเอะก็ตระหนักได้ว่าเขามิได้กำลังโบ้ยความผิดอยู่
อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
ยามที่กล่าวประโยคนั้น อัลมิได้ฉลองชัยชนะ เขาไม่ได้กำลังดูหมิ่นหรือชิงชังใคร แต่กำลังสื่อความสงสารและความเห็นใจอยู่ต่างหาก
หลักฐานก็คือเจ้าสัตว์ประหลาด… ชายคนนั้น… อัลมิได้กล่าวโทษดวงดาวยามที่พริสซิลล่า บาริเอลตายจากไป
ยามที่ตัวเขาผู้แสนไร้ค่าช่วยชีวิตพริสซิลล่าไว้ไม่ได้นั้น อัลมิได้กล่าวโทษดวงดาวเลย
. อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด
อัลกล่าวประโยคนี้ทุกครั้งที่พลังอันไร้เหตุผลของเขาได้บดขยี้ความปรารถนาหรือเป้าหมายของผู้อื่นจนย่อยยับ
ประโยคนั้นจึงแฝงไปด้วยความรู้สึกสงสาร ความรู้สึกเห็นใจ และความรู้สึกผิด ราวกับตั้งใจจะบอกอีกฝ่ายว่า “เธอไม่ผิดหรอกนะ”
“อา ไม่ชอบเลย ไม่ชอบเลยๆ ไม่ชอบใจเลยจริงๆ”
ทั้งคำพูดของอัล สายตาของชายคนนั้น และหัวใจของเจ้าสัตว์ประหลาด หากเลือกได้ ยาเอะคงไม่อยากที่จะเข้าใจความหมายแฝงของสิ่งเหล่านั้นเลย
ยาเอะไม่อยากที่จะมีความรู้สึกใดต่ออัลนอกเสียจากความสะพรึงกลัว เธอไม่อยากโอบรับมัน ไม่อยากสัมผัสมัน และอยากที่จะกำจัดมันทิ้งโดยเร็ว
――ยาเอะมิอยากที่จะเรียก [ความรู้สึกพิเศษ] นี้ด้วยชื่ออื่นใดที่นอกเหนือไปจากความสะพรึงกลัว
. สิ่งที่ทะลวงแผ่นน้ำแข็งจากเบื้องล่างคือยอดของภูเขาน้ำแข็งขนาดยักษ์ที่สร้างขึ้นจากการแช่แข็งแม่น้ำที่ไหลผ่านเบื้องล่างไว้ล่วงหน้า
ยาเอะตระหนักได้ว่าเวทมนตร์อันทรงพลังของเอมิเลียสร้างสิ่งนั้นขึ้นมาดักรอไว้ ณ ตีนเขาของช่องเขาที่ใหญ่ที่สุดในโลก ช่องเขาอักซาด
ยาเอะ: ทุกอย่าง..เป็นความผิด..ของดวงดาว…
แรงกระแทกจากการปะทะส่งร่างของยาเอะให้ลอยหมุนควงอยู่กลางอากาศ สติของเธอดับวูบไปชั่วขณะแต่ก็ยังอุตส่าห์กลับมาได้อยู่
ท่ามกลางไดอาม่อนดัสต์จากเศษน้ำแข็งที่สะท้อนแสงระยิบระยับ ยาเอะเหลือบไปเห็นเรมผู้กระโดดหนีออกไปทันก่อนที่แผ่นน้ำแข็งจะกระแทกกับภูเขาน้ำแข็ง
เรมที่เตี๊ยมกับเอมิเลียไว้ก่อนหลอกให้ยาเอะหลงนึกว่าเหลือเวลาอีกสิบวินาทีจะถึงพื้น แล้วเธอก็เตรียมจู่โจมซ้ำขณะที่ยาเอะยังคงลอยเคว้งจากแรงกระแทก
ชิโนบิไม่ควรจะสูญเสียความเยือกเย็น เมดไม่ควรจะชักช้า และ [ซากุระสีชาด] ไม่ควรจะปล่อยปละละเลยหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
ยาเอะ: ――ดวงดาวนั่นแหละ…ที่ผิดค่ะ
ยาเอะไม่ได้กล่าวประโยคนั้นต่อเรมหรือตัวเธอที่พลาดท่า เธอเพียงแค่อยากสื่อใจไปให้ถึงสัตว์ประหลาดผู้มิได้อยู่ในที่แห่งนี้ด้วยความหมายแบบเที่เขาใช้
. ร่างกายที่ปวดร้าวและชาไปทั่วจนแขนขาแทบไม่มีความรู้สึกนั้นไม่เท่าไหร่ เนื่องจากยาเอะเคยฝึกต้านพิษและฝึกหักกระดูกทั่วทั้งร่างมาแล้ว
สติที่เลือนลางเองก็ไม่เท่าไหร่ เนื่องจากว่ายาเอะเคยฝึกต่อสู้ในสภาพปางตายหลังจากที่ถูกรีดเลือดออกจนเกือบหมดร่างมาแล้ว
ทุกวิชาที่ฝึกฝนมาล้วนแต่มีประโยชน์ในสถานการณ์ปัจจุบันจนยาเอะหูหลอนได้ยินเสียงหัวเราะแสนน่าหงุดหงิดของหัวหน้าหมู่บ้าน
สาเหตุที่วิชาลวดเหล็กไร้ผู้ใช้งานมาหลายร้อยปีนั้นเป็นเพราะว่ามันอาศัยความแม่นยำการควบคุมปลายนิ้วในระดับมิลลิเมตร
ทว่า ยาเอะผู้ฝึกฝนการเคลื่อนไหวดังกล่าวเป็นสิบล้านรอบสามารถใช้วิชาลวดเหล็กได้กระทั่งในสภาพตัวชา เสียเลือดมาก และสติเลือนลางเฉกเช่นปัจจุบัน
ยาเอะ: ――อ๊าาาา!
ในสภาพที่ร่างกายสูญเสียพลังชีวิตไปกว่า 70% นิ้วมือของยาเอะยังคงเคลื่อนไหวอย่างแม่นยำเพื่อเหวี่ยงเศษน้ำแข็งใส่เรมที่พยายามเข้าประชิด
ก้อนน้ำแข็งอัดกระแทกสีข้างของเรมจนปลิวไปชนยอดภูเขาน้ำแข็ง ยาเอะตวัดลวดไปคว้าก้อนน้ำแข็งมาขว้างอัดใส่เรมซ้ำแล้วซ้ำเล่าต่อทันที
. หมอกน้ำแข็งเปื้อนเลือดทำให้ยาเอะชะล่าใจว่าภูเขาน้ำแข็งกลายเป็นสุสานโอนิไปแล้ว แต่ลูกตุ้มหนามกลับพุ่งทะลุน้ำแข็งเข้ามาอัดใส่หน้าท้องของเธอ
ศาสตร์ชิโนบิที่ฝึกมาทำให้ยาเอะสามารถย้ายตำแหน่งอวัยวะภายในเพื่อเลี่ยงความเสียหายจากหนามของลูกตุ้มที่เจาะทะลุท้องของเธอได้
ที่จริงแล้วยาเอะตั้งใจรับการโจมตีนี้ เธอเกร็งกล้ามหน้าท้องหนีบอาวุธของอีกฝ่ายค้างเอาไว้ และเรมที่ตัวโชกเลือดก็มาทวงอาวุธคืนตามคาด
ทว่า ยาเอะได้กางลวดเหล็กเป็นตาข่ายดักทางเรมที่กระโจนเข้ามาตามโซ่ตรงๆ เอาไว้แล้ว หากไม่รีบทำอะไร ร่างของเรมจะถูกหั่นเป็นร้อยชิ้น
เรม: ฮิวม่า
วินาทีที่ถูกลวดบาดร่างจนเกิดเป็นแผลนับไม่ถ้วน เรมได้กล่าวคำร่ายมนตร์ขึ้นมา ยาเอะรีบกวาดสายตา 360 องศาเพื่อมองหาจุดเสกน้ำแข็งทันที
แต่กลายเป็นว่าเรมมิได้ร่ายฮิวม่าเพื่อโจมตียาเอะจากมุมบอด เป้าหมายของมนตร์คือหยุดยั้งการบาดของลวดด้วยการทำให้เลือดแข็งตัวเป็นก้อนสีแดง
ยาเอะรีบจูบแหวนเพื่อจุดไฟขึ้นมาละลายก้อนเลือด แต่มันสายเกินไปเพราะเรมบุกประชิดเข้ามาเตรียมซัดยาเอะต่อด้วยกำปั้นเปื้อนเลือดที่สามารถยุติศึกได้
ในเมื่อเธอต้องตามไปจัดการเอมิเลียต่อ ยาเอะจึงไม่ยอมที่จะพ่ายแพ้ลงตรงนี้และงัดไพ่ตายนอกเหนือจากนิ้วมือกับนิ้วเท้าออกมาใช้
ยาเอะ: แบร่
ด้วยไพ่ตายแห่งวิชาลวดเหล็ก วงแหวนที่ปลายลิ้นของยาเอะ เทนเซ่นยิงลวดออกไปปาดลำคอของเรมลึกพอที่จะปลิดชีพเธอลงได้
. [ผู้เฒ่าอำมหิต] โอลบาร์ต ดันคลูเคนนั้นชื่นชมพรสวรรค์และฝีมือของ [ซากุระสีชาด] ยาเอะ เทนเซ่นเป็นอย่างมาก ถึงแม้เจ้าตัวจะไม่ชอบใจก็ตาม
โดยรวมแล้วปัจจุบันโอลบาร์ตแกร่งกว่ายาเอะเนื่องจากประสบการณ์ที่สั่งสมมานาน แต่พรสวรรค์ในฐานะชิโนบิของยาเอะนั้นเหนือกว่าเขาอยู่หลายขุม
หากมีโอกาสได้สั่งสมประสบการณ์นานปีพอ โอลบาร์ตมั่นใจว่ายาเอะจะกลายเป็นชิโนบิที่แข็งแกร่งที่สุดอย่างแน่นอน ไม่แปลกใจที่มีคนคาดหวังในตัวเธอ
ดังนั้น ในฐานะผู้มีความฝันอันยิ่งใหญ่ โอลบาร์ตจึงมีคำแนะนำ ไม่สิ มีคำเตือนที่เขาอยากจะบอกเด็กสาวอัจฉริยะเอาไว้
โอลบาร์ตเตือนว่าบางครั้งก็การแหกกฏเหล็กก็เป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะกับชิโนบิที่แกร่งและอยู่รอดได้นานกว่าชาวบ้านอย่างตัวเขากับยาเอะ
มันคือหลักการเดียวกับการฝึกต้านทานพิษ ถ้าไม่เคยลองโดนพิษชนิดนั้นมาก่อน ร่างกายก็จะไร้ภูมิคุ้มกัน การลองมีสิ่งสำคัญอยู่ในใจเองก็เช่นกัน
【โอลบาร์ต: จะทำไมเสียอีก ทั้งการไม่เคยรักใครเอย ทั้งการไม่เคยถูกใครรักเอย สำหรับชิโนบิที่พึ่งเคยมีคนสำคัญในใจเป็นครั้งแรกน่ะ ――มันมีแต่จะทำให้อ่อนแอสุดๆ เลยไงล่ะน่อ คั่กคั่กคั่กคั่ก!】
. หลังถูกปลดปล่อยจากพันธะห้ามสังหาร ในที่สุดยาเอะก็กำจัดอุปสรรคที่ขวางทางอัลลงได้หนึ่งคน เธออดใจรอไม่ไหวที่จะได้ชมการตอบรับจากอัล
ยาเอะ: ――หา?
แต่ขณะที่หัวใจของเธอเจ็บแปลบโดยไม่ทราบสาเหตุ ยาเอะก็สังเกตเห็นว่าลวดเหล็กที่ควรจะเฉือนโลหิต ผิวหนัง และกระดูกกลับยังปิดงานไม่สำเร็จ
เรม: ――ทางนี้เอง ก็เล่นโกงเหมือนกันค่ะ
รอยแผลถึงฆาตสีแดงบนลำคอของเรมเลือนหายไปราวกับว่าถูกแคนเซิล(หักล้าง) มันคือปาฏิหาริย์ที่เกินกว่าขอบเขตพลังฟื้นฟูของเผ่าโอนิ
ทว่า ในโลกอันกว้างใหญ่ใบนี้ บุคคลที่สามารถใช้เวทมนตร์รักษาได้ระดับสูงถึงเพียงนั้นคงจะมีแค่――
ยาเอะ: ――ท่านอัล
ยาเอะอยากที่จะช่วยเหลือสัตว์ประหลาดผู้ตั้งตัวเป็นศัตรูกับโลก โดยหวังว่าการทำเช่นนั้นจะช่วยขจัดความรู้สึก [พิเศษ] ที่สลักอยู่ในหัวใจของตน
【อัล: ――ดวงดาวนั่นแหละที่ผิด】
พอหลับตาลงยอมรับชะตากรรม ยาเอะก็ได้ยินคำพูดที่เคยหลอกหลอนเธออีกครั้ง แต่ความรู้สึกที่เธอมีตอนนี้มิใช่ความสะพรึงกลัว หากแต่เป็น…
ยาเอะ: สาเหตุที่แพ้ก็เพราะ…
เรม: ――ความรักค่ะ
กำปั้นของโอนิต่อยอัดซ้ำใส่ลูกตุ้มหนามที่ติดอยู่กับหน้าท้องของยาเอะ เทนเซ่น ส่งผลให้ [ซากุระสีชาด] ปลิวว่อนไปตามสายลมเหนือยอดภูเขาน้ำแข็ง
. จบตอน